บทที่ 4 แก่เพราะหัวหงอก
ตอนที่ 4 แก่เพราะหัวหงอก
“เอ่อ คุณมาร์คัส เชิญไปนั่งที่โต๊ะรับรองก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะให้ศิตลาไปนั่งดื่มเป็นเพื่อน” สองสามีภรรยาเดินเข้ามาแสดงความนอบน้อมต่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล แตกต่างจากเมื่อครู่ที่ต่างคนต่างเชิดคอทำตัวสูงส่งนักหนา
“ถอยไป!” บอดี้การ์ดสองคนขยับออกมายืนขวาง เหมือนไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้เจ้านายตัวเอง
“ไม่ต้อง ฉันจะกลับแล้ว” ไม่อยู่รอร่ำลาใคร ร่างสูงใหญ่เพียงหมุนตัวกลับหลังหัน บอดี้การ์ดที่เดินตามมาด้านหลังแปรแถวเปิดทาง ให้เจ้านายเดินกลับออกไปตามทางเก่า โดยมีบอดี้การ์ดเดินตามหลังปิดขบวนไปเหมือนอย่างเมื่อครั้งเดินเข้ามา
“กำหนดพิธีแต่งงาน ผมจะแจ้งให้ทางพวกคุณทราบอีกที” ไบรอัน สมิธ บอดี้การ์ดคนสนิทหรือที่ทุกคนรู้จักกันในนามมือขวาของมาร์คัส ก้าวเท้ามายืนอยู่เบื้องหน้าสองสามีภรรยา
“หมายความว่าคุณมาร์คัส โอเคแล้วใช่หรือเปล่าครับ” ยิ้มโล่งอกหันไปสบตากัน จากนั้นเหลือบไปมองลูกชายจอมจองหองด้วยความหงุดหงิด
“ถ้าในงานเลี้ยง ยังไม่มีใครถูกยิงตาย รวมไปถึงลูกชายของคุณสมองยังไม่ไหลออกมากองที่พื้น นั่นก็แปลว่าคุณมาร์คัสพึงพอใจ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วก็....ถ้าไม่อยากถูกตัดมือ ตัดตีน...อย่าแตะต้องเขาอีก” คิ้วเข้มยักขึ้นไปยังซีกแก้มซึ่งถูกช่างแต่งหน้าใช้รองพื้นกลบรอบฝ่ามือที่ถูกตบจนมิด หากแต่คนที่ทั้งชีวิตคลุกคลีอยู่กับการใช้ความรุนแรงมีหรือจะมองไม่ออกว่าแก้มขาวนั้นมันบวมกว่าอีกข้าง
“เอ่อ....”
“นี่จะเป็นการเตือนครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย อย่าแตะต้องคนของท่านอีก ไม่อย่างนั้น...รู้ใช่มั้ยว่าจะต้องรับผิดชอบยังไง”
“หยุดก่อน นั่นแกจะไปไหน” เสียงห้วนรั้งฝีเท้าตัวละครเอกในฉากงานเลี้ยง เปิดตัวทายาทตระกูลดังเอาไว้ เมื่อแขกเหรื่อทั้งหลายสลายตัวกลับไปจนหมดคุณหญิงเพ็ญพักตร์เห็นว่า นักแสดงจอมปลอมที่สามีจ้างมาตบตามาเฟีย กำลังเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน อันเป็นพื้นที่หวงห้ามส่วนตัว
“ขึ้นไป...พักผ่อนไง”
“นั่นไม่ใช่ที่สำหรับแก”
“ฮึ ทำไมละ ในเมื่อตอนนี้ผมคือศิตลา เวฬุวันนรากรณ์ ทายาทเพียงคนเดียวของพวกคุณ พวกคุณทั้งรัก ทั้งดีใจที่ผมกลับมาบ้าน ขนาดจัดงานเลี้ยงต้อนรับใหญ่โตอย่างนี้ คุณสองคนคงไม่เรียกแท็กซี่ให้พาผมกลับไปนอนในห้องพักโรงแรมห่วยๆ นั่นหรอกใช่มั้ยครับ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น...สมมุติว่านายมาร์คัสจับได้ว่าพวกคุณนวมหัวกัน...โกหก”
“นี่แก!”
“เอาละ ห้องนอนลูกชายสุดที่รักของพวกคุณอยู่ทางไหนละ”
“อย่ามาวุ่นวายกับห้องของอรัญนะ”
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ อย่าเอ็ดไปสิครับคุณแม่ หน้าต่างมีหู ประตูมีตานะ เอาละจะบอกมาดีๆ หรือว่าจะให้ผม เดินสุ่มสี่ สุ่มห้าไปหาที่นอนเอง” ยิ้มกวนโทสะยั่วโมโหคนในตระกูลเวฬุวันนรากรณ์
ลูกนอกสมรสเดินเข้ามาหยุดยืนมองห้องนอนของอรัญ พี่ชายต่างแม่ หากนับตามศักดิ์ศิตลาอายุน้อยกว่าผู้ชายคนนั้นสามปี สายตาแห่งความอิจฉาริษยา วาสนาคนที่โชคดี ได้เกิดมาจากเมียที่มีทะเบียนสมรส เป็นที่ยอมรับของคนมากมาย อรัญได้ทุกอย่างที่กฎหมายและสังคมชนชั้นสูงสามารถประเคนให้ได้ แตกต่างจากเขาที่ไม่มีสิทธิ์อะไรเลยแม้แต่นามสกุลของพ่อ สิ่งเดียวที่ศิตลาได้มาจากนายณรงค์เดชคือพันธุกรรมพิเศษ นั้นคือในช่องท้องมีมดลูกเหมือนคุณย่า และได้หน้าตาพิมพ์นั้นมาเหมือนกันราวกับฝาแฝด
“ฮึ ชีวิตนายมันช่างสุขสบายเหลือเกินนะ” มือไล้ไปตามเฟอร์นิเจอร์อันโอ่อ่า ก่อนจะเดินไปหยุดยืนมองเงาสะท้อนใบหน้าตัวเองจากในกระจก
“ฉันให้แกมานอนห้องนี้ แค่เพราะกลัวว่าคนของคุณมาร์คัสจะยังตามสืบเรื่องแกอยู่เท่านั้นหรอกนะ อย่าได้ริอ่านมาตีเสมอลูกชายฉัน ห้ามแตะต้องของใช้หรือของมีค่าอะไรทั้งนั้นเข้าใจมั้ย” เพียงนภาเดินมาเปิดลิ้นชักและหยิบของมีค่า นาฬิกา เครื่องประดับของลูกชายส่งให้คนใช้ถือมันออกไปจากห้อง
“พวกคุณนี่ แก่มาเพราะกินหญ้าเหรอครับ”
“ศิตลา!!!”
